ชื่อผู้ใช้ :
  รหัสผ่าน :
     
 
คุณอยากศึกษาฮวงจุ้ยถึงขั้นไหน?
เพื่อเป็นเกล็ดความรู้
เพื่อดูเองส่วนตัว
เพื่อดูให้กับเพื่อนๆ
เพื่อเป็นอาจารย์ฮวงจุ้ย
   
     แง่มุมฮวงจุ้ยดีดี
   
     ฮวงจุ้ยคนดัง
   
     สถาปัตย์กับฮวงจุ้ย
   
     สยามฮวงจุ้ย
   
     สมดุลแห่งสุขภาพ
   
     ช็อตโน้ทฮวงจุ้ย
   
     ถามคุณป้าแอ๊กก้า
   
     ดูดวงกับฮวงจุ้ย
   
     ดาวบินประจำเดือน
    ไม่พบเรดิโอ
   
     More...
   
     พิธีกรรมสร้างแมนดาล่าทรายพระเชนรีซิก-1
   
     พิธีกรรมสร้างแมนดาล่าทรายพระเชนรีซิก-2
   
     More...
   
 
 
 ทรายแมนดาล่าแห่งพระไภษัชยคุรุ

by : Go




แมนดาล่าคือมณฑลหรือจักรวาลอันเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การสร้างแมนดาล่าคือขนบธรรมเนียมของพุทธศาสนามหายาน ซึ่งมีการสร้างไว้หลายรูปแบบ และหนึ่งในรูปแบบที่สวยงามที่สุดก็คือแมนดาล่าที่สร้างจากทราย หรือก็คือคริสตัลและหินที่นำมาบดให้มีความละเอียดต่างกันและมีสีสันต่างๆ นักบวชที่ได้รับการฝึกจนชำนาญจะเป็นผู้สร้างแมนดาล่าทรายพร้อมกับท่องมนตราไปด้วย เมื่อแมนดาล่าทรายสร้างเสร็จแล้ว ก็จะทำการทำลายทิ้ง เพื่อสื่อถึงความไม่จีรังยั่งยืน และทรายแมนดาล่าที่ถูกทำลายก็จะนำไปโปรยลงสู่แหล่งน้ำ และแจกจ่ายแก่คนอื่นๆ เพื่อเป็นการกระจายพรของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ในแมนดาล่านั้น




         ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนปีที่แล้ว ณ วัดธรรมปัญญาราม อ.บางม่วง จ.นครปฐม เมื่อเม็ดทรายศักดิ์สิทธิ์แห่งพระไภษัชยคุรุแต่ละเม็ดค่อยๆ ถูกโปรยลงสู่แหล่งน้ำ เพื่อกระจายพรอันศักดิ์สิทธิ์ไปพร้อมกับกระแสน้ำ ผู้ศรัทธาที่มาร่วมในพิธีกรรมที่วัดในวันนั้นต่างก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ และยังได้รับแจกทรายศักดิ์สิทธิ์อีกคนละเล็กน้อยกลับไปบูชาที่บ้าน




         พระไภษัชยคุรุคือผู้ใด และต้องปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะได้รับพรจากพระไภษัชยคุรุอย่างเต็มที่ มาติดตามเรื่องราวเล็กน้อยเกี่ยวกับองค์พระไภษัชยคุรุ พร้อมกับการบูชาและการบำเพ็ญปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลสูงสุดกัน
        พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์ประภาตถาคตคือพระพุทธเจ้าในภาคแห่งการบำบัดรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่สรรพชีวิต ทรงเป็นพระพุทธเจ้าประจำทิศตะวันออก มีพระวรกายเป็นสีน้ำเงินเข้ม ประทับบนบัลลังก์สิงห์หรือบัลลังก์ดอกบัว พระหัตถ์ซ้ายถือบาตรหรือหม้อยา พระหัตถ์ขวาถือกิ่งต้นไม้อมฤตเรียกว่า “อาโรร่า” 




         ชื่อของพระไภษัชยคุรุอาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูสำหรับคนไทย แต่ถ้าเรียกว่า “พระกริ่ง” พุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเซียนพระจะต้องรู้จักดี เพราะพระกริ่งเป็นที่นับถือว่ามีอานุภาพในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ โดยเชื่อว่าเมื่อใดที่เกิดอาการเจ็บป่วยที่การแพทย์แผนปัจจุบันรักษาไม่ได้ก็ให้ทำการบูชาขออำนาจพุทธคุณของพระกริ่ง แล้วนำพระแช่น้ำ แล้วจึงนำน้ำนั้นมาดื่มหรืออาบ แล้วอาการเจ็บป่วยก็จะหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้นพระไภษัชยคุรุในประเทศไทยแท้จริงแล้วก็คือพระกริ่งนั่นเอง
ศาสตร์แห่งการแพทย์คือศาสตร์ที่พระศากยมุนีทรงยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งศาสตร์ทั้งปวง การแพทย์แบบพุทธนั้นจะเป็นแนวทางการรักษาแบบองค์รวมที่ถึงพร้อมทั้งกาย วาจา และใจ ด้วยการใช้สมุนไพร การภาวนาสวดมนตร์ และการฝึกปฏิบัติจิต
         ทั้งนี้เพราะความอ่อนแอทางร่างกายนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการบำเพ็ญเพื่อมุ่งสู่การหลุดพ้น ดังนั้นพระไภษัชยคุรุจึงโปรดสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นโดยใช้วิธีการบำบัดรักษาและปัดเป่าโรคภัยทั้งทางกาย วาจา และใจ ด้วยพุทธคุณที่ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาโรคเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการชำระล้างให้บริสุทธิ์ทั้งต่อผู้เป็นและผู้ตาย ทั้งคนและสัตว์ทั้งหลาย เพื่อให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน
         ในแง่มุมฮวงจุ้ย การบูชาและอัญเชิญพระไภษัชยคุรุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ ถือเป็นแง่มุมฮวงจุ้ยทางจิตวิญญาณซึ่งจะช่วยเสริมความปีติสุข และความมั่นคงกระจ่างใสทางจิตใจ ซึ่งเมื่อจิตใจมีความพร้อมก็จะเสริมสร้างพลังชี่ภายในตัวเราให้แข็งแกร่ง และสามารถต้านทานผลกระทบจากเคราะห์ร้ายต่างๆ ได้ และในทางปฏิบัติก็ยังสามารถอัญเชิญพระไภษัชยคุรุมาวางไว้ในบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (สำหรับปี 2553) เพื่อต้านทานดาวแห่งโรคภัยไข้เจ็บซึ่งอยู่ในทิศดังกล่าวในปีนี้



“มนตราบทสั้นของพระไภษัชยคุรุ
ธยาถะ โอม เบคันเซ เบคันเซ มหา เบคันเซ ราซะ ซามุกาเต โสหะ”


การมีทรายแมนดาล่านี้แม้เพียงหนึ่งเม็ดก็เปรียบเสมือนมีสิ่งแทนองค์พระในการปกป้องคุ้มครองและอำนวยพรให้แก่ตัวเรา เพราะทรายแมนดาล่าทุกเม็ดล้วนเป็นองค์ประกอบของวิมานศักดิ์สิทธิ์อันเป็นที่สถิตของพระไภษัชยคุรุ ซึ่งเป็นที่รวมของสัญลักษณ์มงคลนานัปการ รวมทั้งสมุนไพรและยาวิเศษในการบำบัดรักษาโรคภัย ตลอดจนพุทธคุณทั้งหลาย คุณสามารถนำทรายนี้มาบูชาไว้ที่บ้านเสมือนพระประจำบ้านเพื่อปกป้องคุ้มครองทุกๆ คนในครอบครัว หรือนำมาพกติดตัวเอาไว้เพื่อป้องกันภัยอันตรายให้คุณในทุกๆ ที่ และยังสามารถแบ่งปันทรายนี้ให้แก่คนอื่นๆ ต่อไปได้ด้วย
ทรายแมนดาล่านั้นแท้จริงแล้วก็คือเครื่องมืออันยอดเยี่ยมในการบำเพ็ญจิตเพื่อให้หลุดจากเหตุปัจจัยทั้งหลายที่ขัดขวางการตื่นรู้ และเป็นเครื่องมือในการส่งต่อความเมตตาและความปรารถนาดีไปสู่ผู้อื่น ซึ่งนั่นก็คือกุศโลบายของการแจกจ่ายทรายศักดิ์สิทธิ์นี้หลังเสร็จสิ้นพิธีกรรมทำลายแมนดาล่าทรายเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2552 ณ วัดธรรมปัญญาราม เพื่อที่ว่าอานุภาพและพรแห่งพระไภษัชยคุรุจะได้กระจายสู่ผู้อื่นด้วย และพาให้ทุกๆ คนพ้นจากความทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งทางกาย วาจา และใจ 

             


 
 
Copyright 2005 สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย บริษัท ดับบลิวโอเอฟเอส (ประเทศไทย) จำกัด ห้ามผู้ใดคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ หรือกระทำใดๆ
อันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย โดยไม่ได้รับอณุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทฯ และจะถือเป็นความผิดต้องรับโทษ
ทั้งทางแพ่งและอาญา ตามที่กฏหมายกำหนดไว้สูงสุดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการติดต่อกับเรา กรุณาส่ง Email มาที่ info@wofs.co.th

Created & Design by SSB & MWD.